คุณแม่ตั้งครรภ์หลาย ๆ คนคงมีความกังวลว่า จะสามารถขับรถเดินทางตามปกติได้ไหม คาดเข็มขัดนิรภัยจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่า และจะมีข้อปฏิบัติอย่างไรบ้างที่แม่ท้องควรรู้หากต้องขับรถเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อลูกในท้อง

 

1.ช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรขับรถ

    • คือช่วงไตรมาสแรก เพราะคุณแม่อาจมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ง่วงนอนง่าย ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการขับรถ หากเลี่ยงได้ให้คนอื่นขับรถให้นั่งจะดีที่สุด และหากต้องขับรถเป็นเวลานาน แนะนำให้หยุดพักรถเป็นระยะ เพื่อยืดแข้งยืดขา หมุนข้อเท้า ขยับนิ้วเท้าให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น
    • และในช่วงไตรมาสสุดท้าย ไม่แนะนำให้ขับรถโดยเด็ดขาด เพราะท้องของคุณแม่อาจใหญ่จนไปค้ำพวงมาลัยทำให้ขับรถยาก อึดอัด หากเบรกกะทันหันท้องอาจกระแทกพวงมาลัย ทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนดและเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้

 

2.ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

จากรายงานการศึกษาหนึ่งในสหรัฐอเมริกา พบว่าแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ มีความเสี่ยงที่จะคลอดทารกน้ำหนักน้อยมากเป็น 1.3 เท่าของแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุขณะตั้งครรภ์ และจะมีโอกาสเลือดออกมากขณะคลอด 2.1 เท่า และทารกเสียชีวิตมากเป็น 2.8 เท่า เมื่อเทียบกับแม่ท้องที่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะเกิดอุบัติเหตุ

มีอีกงานวิจัยหนึ่งใมสหรัฐอเมริการะบุว่า คุณแม่มีโอกาสแท้งลูก 3 เท่าและเลือดตกในถึง 2 เท่า หากเกิดอุบัติเหตุในขณะขับขี่และแม้จะชนไม่แรง ก็ยังมีโอกาสแท้งลูก 5% โดยในจำนวนดังกล่าวนั้น มีกว่า 68% ที่ไม่ยอมคาดเข็มขัดในขณะขับขี่ และปรับท่านั่งไม่ถูกต้อง

แสดงให้เห็นว่า เข็มขัดนิรภัยนอกจากจะลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุให้กับแม่ท้องแล้ว ยังช่วยลดและป้องกันอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกด้วย

 

3.วิธีคาดเข็มขัดนิรภัยที่ถูกต้องสำหรับคนท้อง

ให้พาดจากจุดข้างสะโพกไป พาดผ่านต้นขาทั้งสองข้าง แต่อยู่ระดับต่ำกว่าท้องของคุณแม่ สายบนนั้นควรอยู่ช่วงราวนมและคอ ส่วนสายล่างให้ปรับไม่ให้ตึงมากและวางไว้ใต้พุง โดยเว้นสามเหลี่ยมไว้ตรงช่วงท้อง วิธีนี้จะช่วยกระจายแรงกระแทกที่เกิดจากการกระชากกลับเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุได้

หากทำตามคำแนะนำ ก็คืออย่าให้สายพาดรัดบนหน้าท้อง ก็จะไม่เกิดอันตรายต่อลูกน้อย

 

4.ท่านั่งขับรถที่ถูกต้องสำหรับคนท้อง

เนื่องจากท้องของคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้นขณะตั้งครรภ์ จึงควรปรับเบาะให้ถอยห่างจากพวงมาลัยมากขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร ปรับเบาะเอนกว่าเดิมเล็กน้อย และปรับพวงมาลัยสูงขึ้น เพื่อป้องกันหากเบรกกะทันหัน ท้องจะไม่กระแทกพวงมาลัย รวมทั้งแอร์แบ็กไม่กระแทกใส่ท้องคุณแม่ด้วยครับ

 

5.ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดหลังขณะขับรถ

จากสรีระที่เปลี่ยนไปขณะตั้งครรภ์ ทำให้คุณแม่ปวดหลังได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งหากคุณแม่ต้องขับรถเอง ยิ่งมีโอกาสปวดหลังง่ายขึ้น คุณแม่อาจหาลูกไม้แก้ปวดมาติดที่เบาะ เพื่อบรรเทาอาการปวดหลังขณะขับรถ ซึ่งลูกไม้นี้จะช่วยนวดหลังให้คุณแม่ และไม่มีอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์แต่อย่างไร

 

6.อันตรายจากการขับรถที่พบบ่อย

แม้จะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนรุนแรง แต่การกระแทก กระเทือน หรือขับรถตกหลุมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แม้ว่าลูกน้อยในครรภ์จะมีน้ำคร่ำช่วยลดแรงกระทบกระเทือนจากภายนอกลงได้ก็ตาม แต่หากบังเอิญขับรถตกหลุมอย่างแรงก็อาจเป็นอันตรายถึงลูกได้

ให้คุณแม่สังเกตตัวเองดังต่อไปนี้ หากเจ็บท้องตลอดเวลาหลังเกิดอุบัติเหตุ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอด รวมถึงลูกดิ้นน้อยลง ให้รีบไปพบคุณหมอทันที

ถ้าหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีความจำเป็นที่จะต้องขับรถ ถ้าหากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ทั้งตัวคุณแม่เองและลูกในท้องก็จะปลอดภัยแน่นอน

และคุณแม่คนไหนกำลังมองหารถคันใหม่ ที่มีพื้นที่กว้างมากขึ้น เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเพิ่มขึ้น ผมขอแนะนำ สินเชื่อรถยนต์ธนชาต “สินเชื่อรถยนต์ใหม่ (ป้ายแดง)” ดอกเบี้ยต่ำ เลือกระยะการผ่อนได้สบาย สูงสุดถึง 84 เดือน รู้ผลอนุมัติไว ได้รถใหม่ไปขับรวดเร็วทันใจ คลิกสมัครได้ที่นี่ http://bit.ly/2N5MIAd

ขอบคุณที่มาจาก : https://bit.ly/2Xy0raP

Related projects