สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจใหม่ ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องเงินทุนนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และยิ่งเป็น SME ขนาดเล็กยิ่งเป็นปัญหา เพราะแทบจะไม่มีเงินทุนเลย การกู้สินเชื่อจากธนาคารจึงเป็นทางออกที่เจ้าของธุรกิจ SME นึกถึงเป็นลำดับต้น

แต่การขอสินเชื่อ ไม่ใช่ว่า SME จะกู้ผ่านตลอด มันก็ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยและเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม การขอสินเชื่อรายใหม่ ก็สามารถคลายความวิตกกังวลไปได้มาก วันนี้เราจึงมีวิธีขอสินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME รายใหม่ มาฝากกัน ให้ธุรกิจก้าวหน้าไปอีกขั้น แค่เตรียมตัวกันให้พร้อมก่อนกู้สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

 

วางแผนล่วงหน้าด้วยการเดินบัญชีให้เงินเข้าสม่ำเสมอ

ถ้า SME ต้องการขยายกิจการในอนาคต ต้องการสร้างธุรกิจให้เติบโต จำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้กู้สินเชื่อธนาคารได้ง่าย เพราะว่าการขอสินเชื่อจากธนาคาร จำเป็นต้องสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ธนาคารเห็นว่า มีรายได้เข้าบัญชีตลอดทุกเดือนที่ผ่านมา

ขอแนะนำว่า ให้ SME รวมเงินเป็นก้อนแล้วฝากเข้าในช่วงเดิมเหมือนกันทุกเดือน เช่น รวบเงินที่ขายของได้ ฝากธนาคารทุกวันที่ 1-5 ของทุกเดือน และถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าถอนจนหมดบัญชี ให้มีเหลือติดบัญชีอย่างน้อยก็พอกับยอดที่ผ่อนสินเชื่อรายเดือนได้ เพื่อให้ธนาคารมองเห็นว่า เราสามารถผ่อนชำระกับธนาคารได้

การวางแผนเดินบัญชีให้มีเงินเข้าสม่ำเสมอจะทำให้การขอสินชื่อจากธนาคารทำได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารจะมองว่า ถึงแม้เราจะเป็น SME รายใหม่ แต่มีระบบการเดินบัญชีดี ต่อเนื่อง น่าเชื่อถือ เพราะมันหมายถึงความเข้มแข็งของธุรกิจ ที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีทิศทางที่ดีขึ้น

 

ตรียมหลักฐานที่แสดงรายได้ให้ครบถ้วนที่สุด

เช่น บัญชีเงินฝาก สมุดบันทึกรายรับ – รายจ่ายของกิจการ หลักฐานการเสียภาษี ภาพถ่ายหน้าร้าน ยิ่งมีเอกสารไปแสดงต่อธนาคารได้ครบถ้วนเท่าไหร่ ก็จะทำให้ธนาคารพิจารณาอนุมัติได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารจะนำเอกสารเหล่านี้ไปคิดคำนวณ ยิ่งธนาคารทำงานง่าย ก็อนุมัติให้สินเชื่อให้กับเราเร็วขึ้นด้วย

การขอสินเชื่อกับธนาคาร เราต้องคิดเสมอว่า เขาจะอนุมัติเงินให้กับเราก็ต่อเมื่อ เขามั่นใจในรายได้ และความมั่นคงธุรกิจของเรา ว่าสามารถผ่อนชำระเงินคืนธนาคารได้ตามเงื่อนไข เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากได้รับการอนุมัติ เราก็จำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขของธนาคาร ถ้าผิดเงื่อนไขธนาคารถึงแม้คุณจะสนิทกับเจ้าหน้าที่แค่ไหน ธนาคารก็ไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้แน่นอน

 

สร้างเครดิตให้ตัวผู้ประกอบการเอง

การที่ SME จะกู้เงินเพื่อขอสินเชื่อ ไม่มีข้อห้ามว่า จะต้องไม่มีหนี้ที่อื่น ผู้ประกอบการสามารถมีหนี้ที่อื่นได้ แต่ต้องมีให้น้อยที่สุด และมีการผ่อนชำระที่ดีต่อเนื่อง ประวัติไม่เสีย ไม่ติดแบล็คลิส ยิ่งประวัติการผ่อนชำระดีมีวินัย จะยิ่งทำให้ธนาคารเห็นถึงความสามารถและวินัยในการผ่อนชำระของคุณ และการที่คุณได้รับการอนุมัติจากบัตรเครดิตก็เป็นการยืนยันเครดิตให้กับคุณ ว่า เคยผ่านอนุมัติการยื่นกู้มาแล้ว และยิ่งประวัติการผ่อนชำระดี ยิ่งมีผลที่ทางธนาคารจะนำมาประกอบการพิจารณา

แต่ธนาคารก็จะดูเงินคงเหลืออื่น ๆ และค่าใช้จ่ายอื่นร่วมด้วย เช่นกัน แต่อย่างน้อย ๆ เครดิตของคุณก็สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และทำให้ธนาคารพิจารณาง่ายขึ้นด้วยครับ

 

มีบัญชีเงินฝากอื่น ๆ เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน

การที่ผู้ประกอบการ SME มีเงินฝากประจำ มีเงินก้อนอยู่ในบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่เงินฝากในรูปแบบอื่น ๆ ก็จะทำให้ธนาคารมองเห็นถึงความมีวินัยทางการเงิน และมีสภาพคล่องจนสามารถมีเงินฝากประจำ และมีเงินที่นำมาฝากโดยแทบจะไม่มีประวัติการถอนเงินก้อนนั้นเลย หากผู้ประกอบการ SME ต้องการกู้เงินจำนวนมาก ก็สามารถนำเงินฝากเหล่านี้มาเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันร่วมด้วยได้

แนะนำให้ผู้ประกอบการ SME ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ควรนำเงินฝากประจำ หรือซื้อสลากธนาคารไว้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ในอนาคต เมื่อเราต้องการจะกู้เงินมาขยายกิจการได้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารอนุมัติง่ายขึ้นด้วย

 

มีหลักฐานในการทำธุรกิจ

คือผู้กู้ จำเป็นต้องเตรียมหลักฐานว่าธุรกิจที่ทำอยู่ พิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง มีที่มาที่ไปจริง มิใช่ปั้นขึ้นมาเพื่อจะขอสินเชื่อ เพื่อนำเงินธนาคารออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าขอกู้เพื่อทำธุรกิจ ก็จำเป็นต้องมี ใบสั่งซื้อ ใบรับเงิน ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานประกอบการจริง การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าจริง โดยมีหลักฐานการดำเนินธุรกิจนั้น ๆ และหลักฐานจากคู่ค้า

 

มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ผู้ประกอบการหลายคน ที่เป็น SME รายใหม่ ต้องการที่จะขยายกิจการ แต่กู้ไม่ผ่าน ทั้งที่ทำตามข้อ 1-4 มาทั้งหมด ซึ่งเราต้องมาดูว่าวงเงินที่ผู้ประกอบการขอกู้มากน้อยแค่ไหน ถ้าวงเงินกู้สูง แต่เงินฝากที่นำเป็นหลักทรัพย์น้อย ก็เป็นธรรมดาที่ธนาคารจะไม่ให้ผ่าน เพราะยอดเงินที่ต้องผ่อนชำระมันสูงกว่าเครดิตที่เราเคยสร้างมา ทำให้ธนาคารเกิดความไม่มั่นใจในความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ การมีหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง บ้าน จะทำให้ธนาคารพิจารณาง่ายขึ้น

และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ อัตราส่วน ความสามารถในการชำระหนี้ หมายถึงรายได้ในธุรกิจต่อเดือนเมื่อเทียบกับรายจ่ายจากการผ่อนชำระเงินกู้ จำเป็นต้องอยู่ในสัดส่วนหรืออัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ที่ธนาคารยอมรับได้ กล่าวคือ รายได้ต่อเดือนของธุรกิจเมื่อหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายประจำออกไปแล้ว กำไรสุทธิที่เหลือ เมื่อนำมาคำนวณร่วมกับรายจ่ายที่เป็นเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระกับธนาคารต่อเดือน จำเป็นต้องอยู่ในสัดส่วนที่ธนาคารยอมรับได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งต่อธนาคารและตัวผู้กู้เอง

ธนาคารทุกแห่ง มีเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อให้กับ SME อยู่แล้ว การวางแผนล่วงหน้า และการเตรียมตัวให้พร้อม ให้เข้ากับเงื่อนไขของธนาคาร เมื่อถึงเวลาจำเป็นที่จะต้องขยายกิจการ ก็จะทำให้เราสามารถยื่นกู้และมีโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้นด้วย

และธุรกิจ SME ของคุณจะก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม แค่มากู้กับสินเชื่อธนชาต SME ได้ใจ สินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ให้คุณหมดห่วงเรื่องการขอสินเชื่อด้วยทีมที่ทุ่มเทเพื่อธุรกิจคุณ

-กู้ได้สูงสุด 3 ล้านบาท
-ผ่อนได้นานสูงสุด 10 ปี
-มีหลักประกันที่
-ทำธุรกิจมาแล้ว 1 ปี

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://bit.ly/2KcnCAT หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ ธนาคารธนชาต ทุกสาขา และสามารถโทรสอบได้ที่ 1770 นะคะ

Related projects