“ทำไมต้องทำประกัน ในเมื่อชีวิตก็มีความสุขดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง
ไม่ได้เดือดร้อนอะไร จะเพิ่มค่าใช้จ่ายไปทำไมกัน??”

สำหรับหลายคนอาจจะมองว่าการทำประกันเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริงเราไม่ควรมองข้ามการทำประกัน เนื่องจากเราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารักษาพยาบาลจะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่ารักษา เมื่อลูกโตขึ้นจะเอาเงินที่ให้ลูกเรียนจนจบมหาลัย

ดังนั้น การทำประกันไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี ประกอบกับในปัจจุบันมีกรมธรรม์ในรูปแบบประกันที่หลากหลายให้เราได้เลือกมากขึ้น จึงสมควรที่จะมองหาประกันไว้อุ่นใจสักหน่อย เริ่มจากทำความเข้าใจกันก่อนเลยว่า ทำไมเราต้องทำประกัน ?

 

ประกันชีวิตจะช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ครอบครัว

ในกรณีที่หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับผู้นำของครอบครัวโดยที่ยังไม่ได้มีการวางแผนทางการเงินที่ดีไว้ อาจจะทำให้ครอบครัวนั้นต้องประสบกับปัญหาอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังมีภาระต้องผ่อนส่งค่าบ้าน ค่ารถ หรือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของคุณลูก การวางแผนทำประกันชีวิตเอาไว้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ครอบครัวนั้นมีหลักประกันที่มั่งคง โดยเงินผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตที่ทำไว้ จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของครอบครัวได้ หรือหากทำประกันชีวิตเพื่อการศึกษาของลูกไว้ ลูกก็จะมีเงินใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้ต่อไปตามแผนที่วางไว้นั่นเอง

 

ประกันชีวิตจะช่วยดูแลในยามเจ็บป่วย

ประกันชีวิตยังสามารถเลือกซื้อแบบที่มีความคุ้มครองที่คอยดูแลในเรื่องของสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บอันเนื่องจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ซึ่งเรื่องของสุขภาพนี้ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ การเลือกทำประกันภัยที่ช่วยคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพตั้งแต่วันแรกที่เรายังมีสุขภาพที่ดี จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาจำเป็นที่ต้องการรักษาจริง ๆ โดยเฉพาะกับโรคร้ายแรงที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก เราจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล และมีกำลังใจในการรักษาตัวได้อย่างเต็มที่

 

ประกันชีวิตจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้

โดยนอกจากการทำประกันชีวิตจะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยแล้ว ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตยังช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับผู้เอาประกันภัยอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะบริษัทประกันชีวิตจะนำเงินค่าเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ชำระเข้ามาไปลงทุนต่อ และนำมาจ่ายผลประโยชน์คืนให้กับผู้เอาประกันภัยในรูปแบบของเงินผลประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งเงินคืนระหว่างสัญญาหรือเงินครบกำหนดสัญญา

 

ประกันชีวิตสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีระยะเวลาเอาประกันภัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราสามารถนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในกรณีประกันชีวิตทั่วไปได้สูงสุดถึง 100,000 บาท และเบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตแบบบำนาญสามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี หรือสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ในกรณีที่ไม่มีเบี้ยประกันภัย คุ้มครองชีวิตแบบอื่นๆ)
จะเห็นได้ว่าการทำประกันชีวิตนั้นมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัยและครอบครัว ช่วยให้เกิดการออมทรัพย์อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง ช่วยสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ช่วยสร้างสภาพคล่อง และยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

เลือก ประกันชีวิตธนชาต คุ้มจ่ายได้คืน ที่คืนให้คุ้ม…กับที่คุณจ่าย เพราะจ่ายค่าเบี้ยฯ เริ่มต้นเพียง 14 บาทต่อวัน* แต่ได้คืนกลับมา คุ้มกับที่คุณจ่าย!

-รับความคุ้มครองชีวิต 100,000 บาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี
-รับค่าชดเชยรายวัน เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในฐานะผู้ป่วยใน
สูงสุดถึง 2,000 บาท
-รับเงินคืน 105% ของเบี้ยฯ มาตรฐานของสัญญาหลัก เมื่อครบกำหนดสัญญา
-จ่ายเบี้ยฯเบาๆ เริ่มต้นเพียงวันละ 14 บาท*
-ลดหย่อนภาษี**

ได้คืนคุ้มขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยฯ เริ่มต้นเพียง 4,900 บาท ต่อปี* หรือคิดเป็น 14 บาทต่อวัน* เท่านั้น! ดีขนาดนี้ สมัครเลย! ที่ธนาคารธนชาตทุกสาขา รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก : http://bit.ly/2kObqeB

*เบี้ยฯมาตรฐานแผน 1 สำหรับเพศหญิง อายุ 16 ปี
**เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

หมายเหตุ: รับประกันภัยโดย บมจ. พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) ผู้ขอเอาประกันภัยควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

สุดท้ายเลยสิ่งสำคัญที่สุดในการซื้อประกันก็คือเราต้องคิดให้ดีก่อนว่าเรามีความต้องการอย่างไร และเราต้องการให้ประกันชีวิตมาเป็นเครื่องมือช่วยท่านตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างไร ซึ่งหากเราซื้อประกันได้ถูกต้องตามความต้องการ ประกันชีวิตก็จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยตอบโจทย์ในการวางแผนทางการเงินให้กับเราอย่างแน่นอน

Related projects