รถที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ย่อมต้องมีการสึกหรอ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และยิ่งรถคันไหนถ้าใช้งานมานานกว่าสิบปีแล้ว ยิ่งถึงเวลาที่ต้องตรวจเช็กและเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์ต่าง ๆ เพราะรถยนต์ที่อะไหล่สึกหรอ อาจจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิดได้

 

น้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่อง

มีหน้าที่คอยช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเครื่องยนต์ ซึ่งระยะเปลี่ยนถ่ายจะอยู่ที่ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร (ระยะขึ้นอยู่กับประเภทน้ำมันที่ใช้) แต่หากพบว่าน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท คุณสามารถเปลี่ยนก่อนที่มันจะถึงระยะได้เลย เพราะน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพแล้ว

 

แบตเตอรี่

มีทั้งแบบแห้ง และแบบเปียก โดยแบบแห้งนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอะไรมากมายตลอดอายุการใช้งาน แต่ราคาจะแพงกว่า ส่วนแบบเปียกราคาถูกกว่า แต่ต้องได้รับการดูแลมากกว่า เพราะต้องคอยเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดเสมอ ซึ่งควรตรวจเช็กอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2 – 3 ปี

 

ไส้กรองอากาศ

ทำหน้าที่ในการกรองเอาสิ่งสกปรกในอากาศก่อนที่จะเข้าไปในเครื่องยนต์ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้สิ่งสกปรกหลุดรอดเข้ามาจนทำให้เกิดการอุดตัน ทำให้กำลังเครื่องยนต์ลดลง การเผาไหม้ทำได้ไม่เต็มที่ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถนำมาเป่าทำความสะอาดได้ทุก ๆ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร และควรเปลี่ยนใหม่เมื่อใช้ไปจนถึงระยะ 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี

 

ผ้าเบรก

ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการหยุด หรือห้ามล้อ ระยะที่ควรเปลี่ยนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 50,000 – 70,000 กิโลเมตร แต่ถ้าได้ยินเสียงดังขณะเหยียบเบรก แสดงว่าถึงระยะเตือนแล้ว ให้รีบจัดการเปลี่ยนโดยทันที ไม่งั้นจานเบรกเป็นรอยอย่างแน่นอน

 

หัวเทียน

ควรเปลี่ยนใหม่เมื่อถึงระยะประมาณ 40,000 กิโลเมตร เพราะถ้าหัวเทียนเสื่อมสภาพเมื่อไหร่ เครื่องยนต์จะทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาจมีอาการสะดุดตามมาด้วย

 

น้ำมันเกียร์ และไส้กรองน้ำมันเกียร์

ควรเปลี่ยนถ่ายเมื่อถึงระยะ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร เพื่อยืดอายุการใช้งาน เพราะเกียร์มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีการสึกหรอ และเสื่อมสภาพสูง

 

ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ทำหน้าที่คอยดักจับสิ่งสกปรกที่มาจากน้ำมันที่คุณเติม ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ไส้กรองตัน จะทำให้สตาร์ทติดยาก เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น และมีกำลังส่งไม่พอ ส่วนระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนใหม่คือ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่รุ่นรถที่ใช้)

 

หลอดไฟ

ไม่ใช่แค่เฉพาะไฟหน้า ไฟท้ายเท่านั้น ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอก ไฟถอยหลัง ฯลฯ ก็ไม่ควรมองข้าม ควรตรวจเช็กดูให้ดี ว่าส่องสว่างครบทุกดวงหรือไม่ หากพบเจอว่าดวงไหนขาด ก็ควรรีบจัดการเปลี่ยนทันที

 

ใบปัดน้ำฝน

ก่อนจะเข้าหน้าฝนในแต่ละปี ควรจัดการเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย เพราะใบปัดน้ำฝนจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากโดนแสงแดดมากที่สุด จนทำให้ใบปัดแข็ง ปัดไม่สะอาดเท่าเดิม หรือปัดน้ำออกได้ไม่หมด ฯลฯ ซึ่งจะทำให้วิสัยทัศน์ในการมองถนนลดลง และอาจเป็นผลทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิดได้

 

สายพานไทม์มิ่ง

ถือเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์บางรุ่น เมื่อใกล้ถึงระยะ 100,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะหากสายพานไทม์มิ่งขาดขึ้นมา เครื่องยนต์ของคุณเสียหายรุนแรงแน่นอน

เห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าชิ้นส่วนหรืออะไหล่ส่วนมาก ไม่ต้องรอให้ใช้งานถึง 10 ปีก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว ทางที่ดีควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถเป็นระยะเพื่อให้การเดินทางของคุณปลอดภัยที่สุด

และบางครั้งการเปลี่ยนรถคันใหม่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยได้มากกว่าหากคุณสนใจออกรถใหม่ป้ายแดงวันนี้ สามารถประเมินความสามารถในการผ่อนได้ที่ลิงค์นี้ http://bit.ly/2N3IWrb

ขอบคุณที่มาจาก : https://bit.ly/3epfo31

Related projects