จากแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับความพอประมาณ” ที่กล่าวถึงการดำเนินชีวิตด้วยความพอประมาณ โดยการเริ่มต้นออมเงิน การเตรียมเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในด้านทรัพย์สินเพื่อยกระดับฐานะให้ดีขึ้นอย่างพอเพียง บวกกับความความพอประมาณที่เป็นหนึ่งในสามห่วงของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่นอกเหนือจากความพอดีและพอประมาณแล้ว สิ่งที่เราควรมีก่อนคิดจะลงทุนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เราขาดไม่ได้อีกก็คือ ความมีเหตุผล และสติที่ดี

ความมีเหตุผลตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับความมีเหตุผลในระบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือเหตุ สิ่งที่ได้รับคือผล และผลที่เกิดขึ้น จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่น ๆ เนื่องกันไปอีกไม่หยุดยั้ง ดังนั้น ที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้ แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคตก็ไม่ควรจะตกต่ำ

ฉะนั้น เมื่อกระทำการใด ๆ ควรจะได้นึกว่าการนั้นจะมีผลสืบไปในอนาคต จักได้มีสติ กระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้ตัวและระมัดระวัง ทั้งควรจะสำนึกตระหนักด้วยว่า การพิจารณาการกระทำของตนเองในปัจจุบันนั้น นับว่าสำคัญที่สุด จะต้องคิดพิจารณาให้รอบคอบและถ่องแท้ทุกครั้งไป มิฉะนั้นผลที่เกิดขึ้นอาจทำให้ต้องผิดหวังอย่างมากที่สุดก็เป็นได้”

หากเรายึดหลัก “ความมีเหตุผล” นี้เข้ากับเรื่องการเงินแล้ว อาจมองได้เป็น 2 เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่ “การใช้จ่าย” และ “การลงทุน”

2018-TNC-Adver-5-king-icon-01

การใช้จ่าย เราควรมีเหตุผลในการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อของแต่ละครั้งว่า สิ่งของชิ้นนั้น ซื้อเพราะความจำเป็น หรือเพราะความอยากได้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น การซื้อรถยนต์ โดยก่อนซื้อรถยนต์ เราต้องตอบตัวเองก่อนว่าซื้อเพื่ออะไร จำเป็นหรือไม่ หากซื้อเพื่อใช้ในการทำธุรกิจ รับส่งสินค้า หรือซื้อเพื่อเป็นรถสำหรับครอบครัว แบบนี้จัดเป็นการใช้จ่ายที่มีเหตุผล แต่หากซื้อเพราะอยากมีรถคันใหม่เหมือนคนอื่น ๆ แบบนี้อาจจัดเป็นการใช้จ่ายที่ไม่มีเหตุผล

2018-TNC-Adver-5-king-icon-02

การลงทุน แน่นอนว่าการลงทุนไม่ว่าอะไรก็ตาม เราย่อมคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น แต่ผลตอบแทนก็ต้องสมเหตุสมผลกับการลงทุนนั้น ๆ ด้วย เช่น ลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงกว่าเงินฝาก หุ้นจึงมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เป็นต้น

ชีวิตของเราจะมีความมั่นคงสูงขึ้น หากเรานำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องของความมีเหตุผล ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเอง โดยเราต้องคิดถึงเหตุผลทุกครั้งเมื่อมีการใช้เงินทั้งในด้านการใช้จ่าย และการลงทุน นอกจากนี้ เราควรสร้างระบบภูมิคุ้มกันทางการเงินเอาไว้ให้เพียงพอ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่ยากลำบากในอนาคต ทั้งตัวเราเองและครอบครัวจะได้ไม่ลำบากทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วยนะคะ

2018-TNC-Adver-5-king-icon-03

โดยทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนนั้น ในเบื้องต้น เราต้องพิจารณาให้ดีว่าเรามีกำลังพอจะชำระหนี้ก้อนนั้นหรือไม่ โดยต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า สร้างหนี้ก้อนนี้จากการที่เราใช้จ่ายและการลงทุนไปเพื่ออะไร เป็นหนี้ที่ดีมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ เช่น กู้เงินมาซื้อบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของตนเองหรือครอบครัว หรือกู้เงินมาลงทุนขยายกิจการ แบบนี้จัดเป็นหนี้ที่ดี แต่หากกู้เงินเพื่อการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือซื้อของฟุ่มเฟือย แบบนี้จัดเป็นหนี้ไม่ดี ก็ไม่ควรที่จะก่อหนี้ก้อนนี้ขึ้นมา

2018-TNC-Adver-5-king-icon-04

นอกจากนี้ ทุกครั้งก่อนคิดจะเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อรถยนต์ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เราจะต้องคำนึงว่า ค่าผ่อนชำระหนี้โดยรวมในแต่ละเดือนนั้น จะต้องไม่มากเกินกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ที่เราได้รับมาในแต่ละเดือนอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อความมั่นคง และมั่นใจว่าเราจะมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ก้อนนั้นได้อย่างไม่มีปัญหาในอนาคต

2018-TNC-Adver-5-king-icon-05

และเมื่อคุณคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนด้วยเหตุผล โดยยึดหลักตามเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสามารถตอบตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อรถยนต์ใหม่นั้น ซื้อเพื่ออะไร และจำเป็นหรือไม่ หากซื้อเพื่อใช้ในการทำธุรกิจ รับส่งสินค้า หรือซื้อเพื่อเป็นรถสำหรับครอบครัว ก็จะนับว่าเป็นการใช้จ่ายที่มีเหตุผลเลยทีเดียว

และอีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ จากธนชาต หากว่าคุณกำลังพิจารณามองหาข้อเสนอที่คุ้มค่าสำหรับการออกรถใหม่สักคัน สามารถไปได้ที่งาน Motor Expo 2018 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 61 ถึง 10 ธ.ค. 61 ได้เลยนะคะ รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/2QieQ7n

Related projects