เมื่อฝนตก น้ำท่วมขัง แต่คุณมีเหตุจำเป็นที่ต้องขับฝ่าสายฝนลุยน้ำเพื่อไปถึงจุดหมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายรถยนต์อาจมีปัญหา จนทำให้เครื่องยนต์ดับไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับขณะลุยน้ำนั้นคืออะไร? และข้อควรปฏิบัติเมื่อรถเกิดเครื่องยนต์ดับ นั้นมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เครื่องยนต์ดับเกิดขึ้นจาก

1. น้ำเข้าเครื่องยนต์โดยผ่านไส้กรองอากาศ หรือข้อต่องวงช้างไส้กรองอากาศ เข้าไปสู่ห้องเผาไหม้ในตัวเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์สำลักน้ำ อาการเดียวกับที่น้ำเข้าจมูก-ปากของมนุษย์
2. ระบบไฟในตัวรถยนต์เปียกน้ำ และ ช็อต บางกรณีเกิดความเสียหายมากเนื่องจากน้ำเข้าท่วมกล่องควบคุม (ECU) เครื่องยนต์ และระบบต่าง ๆ ของตัวรถยนต์
3. น้ำเข้าก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์  เมื่อน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันหล่อลื่นก็จะกลายสภาพเหมือนโคลน ทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียหายมาก
4. น้ำเข้าท่อหายใจของเครื่องยนต์ (ท่อไอดี) มีผลทำให้ หัวฉีดเชื้อเพลิง (Fuel Injection) พังทั้งระบบ

วิธีปฏิบัติเมื่อเครื่องยนต์รถดับกลางถนนที่มีน้ำท่วมขัง

1. พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์เพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องเหยียบคัน เพราะหากฝืนสตาร์ท น้ำจะถูกดูดเข้าไปในเครื่อง (ซึ่งมีความร้อน) อาการตามมาแล้วแต่ความรุนแรง คือ ก้านสูบคด เสื้อสูบทะลุ ต้องยกเครื่องสถานเดียวครับ
2. ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างให้ช่วยเข็นเคลื่อนย้ายรถไปบนที่แห้ง ที่สูง พ้นจากน้ำท่วม หรือที่ลาดเอียงได้ยิ่งดี
3. โทรเรียกบริษัทประกันรถยนต์เพื่อตรวจสอบดูว่ากรมธรรม์ของคุณเป็นประเภทครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือไม่
4. ติดต่อช่างให้ยกรถเข้าอู่หรือเข้าศูนย์บริการ

การขับรถฝ่าน้ำท่วมจึง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของรถยนต์ ไม่ถูกกับน้ำอย่างยิ่ง หากไม่อยากเสียเงินเพื่อซ่อมรถ หรือร้ายแรงสุด ๆ คือยกเครื่องใหม่ ถ้าเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมได้ หรือมีเส้นทางอื่นที่ไปถึงได้เหมือนกัน ก็ควรเลี่ยง อย่าฝืน หรืออย่าเสี่ยงจะดีกว่าครับ

สนใจสมัครสินเชื่อรถยนต์ธนชาต คลิก : http://bit.ly/2Eai31R
ขอบคุณที่มาจาก : https://bit.ly/2EqfBnu

Related projects