ทุกคนต่างก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาที่มีการงานและรายได้ที่มั่นคง พร้อมที่จะสร้างครอบครัว หลายคนตัดสินใจเริ่มมองหาบ้านหลังที่ถูกใจ ติดต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อบ้าน หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการผ่อนจ่ายจนครบกำหนดสัญญา เมื่อผ่อนหมดบ้านหลังนั้นก็เป็นทรัพย์สินของเราอย่างเต็มตัว

เงินกู้ผ่อนบ้านนั้นอย่างที่ทราบกันดีว่ามักมีระยะเวลาในการผ่อนที่ยาวนานมากเป็นสิบหรือหลายสิบปี เพราะบ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง พอเห็นว่าผ่อนนานบางคนก็ท้อแท้ตั้งแต่เริ่มผ่อนไปเพียงไม่กี่เดือน หรือบางคนเมื่อเจอกับอุปสรรคหรือปัญหาเรื่องเงินเข้ามาในชีวิต พอนึกถึงภาระที่จะต้องผ่อนบ้านก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยเข้าไปใหญ่ เพราะเรามักมองไปยังจุดหมายซึ่งดูเหมือนจะดูอีกห่างไกลมาก แต่ที่จริงแล้วเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี จะว่าไปก็ไม่นานเลย รู้สึกว่าไม่นานก็หมดปีอีกแล้ว สำหรับคนที่ผ่อนบ้านอย่างสม่ำเสมอก็เท่ากับว่าเราผ่อนสำเร็จไปอีกหนึ่งปี

ซึ่งสำหรับใครที่กำลังท้อแท้หรือมองหาวิธีที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้นั้น วันนี้เรามี 3 เทคนิคและคำแนะนำในการผ่อนบ้านอย่างไรไม่ให้รู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกว่านานมาฝากกันค่ะAdver-Home-Refinance-1-7-May-2019_ICONS-01

ผ่อนให้มากกว่าค่างวด

ถ้าเราผ่อนรายเดือนตามค่างวดในสัญญา ระยะเวลากว่าจะผ่อนหมดก็เป็นไปตามในสัญญาเช่นกัน บางคนเลือกผ่อน 25 ปี หรือ 30 ปี ก็ตามนั้น แต่ถ้าเราไม่อยากเหนื่อยนาน เทคนิคก็คือให้ผ่อนเกินจากค่างวด ส่วนที่เกินจะเป็นเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับรายได้และค่าใช้จ่ายของแต่ละคน ยิ่งผ่อนเกินค่างวดมากเท่าไหร่ เงินส่วนเกินจะไปลดเงินต้นและช่วยย่นระยะเวลาที่เราต้องผ่อนให้สั้นลง

เมื่ออ่านถึงตรงนี้หลายคนคิดว่าจะลดลงได้สักเท่าไหร่กันเชียว อยากบอกว่าไม่น้อยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 18,000 บาท 30 ปี สมมติว่าเราผ่อนเกินค่างวดเพิ่มอีกเดือนละ 2,000 บาทไปเรื่อย ๆ บ้านจะผ่อนหมดภายในเวลาไม่เกิน 23 ปี เห็นไหมคะ แค่ผ่อนเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 2,000 บาท ช่วยย่นระยะเวลาไปได้ตั้ง 7 ปี ถ้ามีกำลังที่จะผ่อนเกินต่อเดือนได้มากขึ้นกว่านี้อีก ก็จะยิ่งย่นระยะเวลาเร็วขึ้นอีก มีหลายคนที่ทำสัญญากู้บ้านไว้ที่ 25 ถึง 30 ปี แต่เอาเข้าจริง ๆ ผ่อนแค่ 5-7 ปีหมดก็มีให้เห็นเยอะเหมือนกันค่ะ

Adver-Home-Refinance-1-7-May-2019_ICONS-02

โปะเมื่อมีเงินก้อน

อีกเทคนิคที่จะช่วยให้ผ่อนบ้านไม่เหนื่อยและไม่นานก็คือ ให้นำเงินมาโปะเพิ่ม บางคนได้รับเงินพิเศษหรือเงินโบนัสประจำปี ถ้านำมาโปะบ้าน หนี้จะหมดเร็วขึ้น หรือบางคนมีรายได้พิเศษจากการรับงานอื่น ๆ ถ้านำเงินนั้นมาโปะบ้าน หนี้ก็จะหมดเร็วขึ้น การโปะแบบนี้จะเลือกโปะเท่าไหร่ หรือโปะตอนไหนก็ได้ เพราะเงินที่โปะจะไปลดยอดเงินต้น และช่วยย่นระยะเวลาในการผ่อนบ้านของเราเช่นกัน ส่วนจะช่วยย่นมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและจำนวนครั้งที่นำเงินมาโปะค่ะ

Adver-Home-Refinance-1-7-May-2019_ICONS-03

รีไฟแนนซ์บ้าน

ปกติลูกหนี้ที่มีประวัติดีในการผ่อนชำระเงินกู้บ้าน และผ่อนเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป จะมีสิทธิ์รีไฟแนนซ์บ้านได้ โดยจะเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมหรือธนาคารใหม่ก็ได้ ถ้าดอกเบี้ยบ้านที่ผ่อนอยู่สูงกว่าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ เราน่าจะพิจารณาทางเลือกในการรีไฟแนนซ์บ้านดู ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เหนื่อยน้อยลงได้ การรีไฟแนนซ์ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการขยายระยะเวลาผ่อนบ้านออกไปเท่านั้น สัญญาใหม่อาจมีระยะเวลาสั้นกว่าเดิมก็ได้ ถ้าเรามองแล้วว่ามีความสามารถในการผ่อนต่อเดือนได้มากกว่าเดิม

และหากกำลังมองหาตัวช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา แล้วสนใจการรีไฟแนนซ์บ้าน แค่มารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารธนชาต ชีวิตก็ดีได้เพราะจ่ายน้อย ผ่อนสบาย ดอกเบี้ยดีเฉลี่ย 3 ปี เริ่มต้น 3.29 %* ต่อปี พร้อมผ่อนสบายสูงสุดไม่เกิน 30 ปีอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/2L5DXsy หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ ธนาคารธนชาต ทุกสาขา และสามารถโทรสอบได้ที่ 1770 นะคะ

นี่ก็เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้เราผ่อนบ้านให้ไม่เหนื่อยและไม่นาน ลองทำดูนะคะ แล้วจะเห็นผลเลยว่ายอดเงินกู้ของเราในแต่ละปีมันลดลงมากกว่าที่เราคิดไว้มาก ทุกเดือนพอธนาคารส่งยอดเงินมาเราเห็นหนี้ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นเหมือนกับเวลาที่เราเก็บออมเงินแล้วเห็นเงินในบัญชีค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เป็นความรู้สึกเดียวกันค่ะ มันคือความภูมิใจว่าเราก็ทำได้อีกสิ่งนึงเลยนะคะ

Related projects