เป็นที่รู้กันว่าฝนตกเมื่อไหร่ ถนนก็จะลื่น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ และเพื่อให้เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ มาดูเทคนิคง่าย ๆ ที่ควรรู้เมื่อต้องขับรถฝ่าฝนตกได้อย่างปลอดภัยกันเลย

 

เช็กระดับความแรงของฝน

สิ่งที่แรกเลย ก่อนจะขับรถออกจากจุดเริ่มต้นนั้น ต้องสังเกตฟ้าฝนและแรงลมดูก่อนว่า ฝนตกหนักเท่าใดและลมแรงขนาดไหน โดยสามารถแบ่งความแรงของฝนออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ ได้ ดังนี้

 

ฝนพรำ ฝนเม็ดเล็ก ตกนาน

ฝนลักษณะนี้ มักจะตกเอื่อย ๆ เป็นเวลานาน พื้นถนนจึงมีความลื่นมาก เป็นช่วงที่อันตราย มักเกิดอุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงควรเว้นลดความเร็วในการขับขี่ เว้นระยะห่างเวลาขับขี่ให้มากขึ้น เพื่อให้มีระยะเบรกกว้างกว่าเดิม ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ

 

 

ฝนตกหนัก ฝนเม็ดใหญ่ ไม่มีลมแรง

ถ้าฝนตกหนัก จะมีน้ำท่วมขังบริเวณหลุมบ่อบนพื้นถนน และมีน้ำรอระบายบริเวณท่อระบายน้ำมากเป็นพิเศษ ต้องระวังน้ำจากจุดดังกล่าว รวมถึงน้ำกระเด็นจากรถคันข้าง ๆ หรือรถที่ขับสวนทางมาเช่นกัน จึงไม่ควรขับเร็ว และต้องไม่ลืมเปิดการทำงานของปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง เพื่อไม่ให้ฝ้าบดบังวิสัยทัศน์ในการขับขี่ด้วย

 

ฝนตกหนักมากและ มีลมกระโชก

ในกรณีนี้ มักจะเกิดพายุฝนลมแรง บางครั้งอาจมีฟ้าผ่าได้ ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากกว่าเดิมเป็นพิเศษ เพราะลมที่มีความแรงมาก อาจทำให้รถโคลงเคลงขณะขับ หรือพัดพาเอากิ่งไม้ เศษขยะ ป้ายข้างทาง หรือวัตถุต่าง ๆ ปลิวมาโดนรถได้ ทางที่ดี ควรหาที่จอดพัก และรอให้ฝนซาก่อนจึงค่อยเดินทางต่อ

 

เช็กสภาพรถให้พร้อม

สิ่งที่ควรเช็กต่อมาก็คือ สภาพของรถ เพื่อให้รถของคุณมีสภาพที่พร้อมรับมือฝนในทุกระดับ

• ยางรถยนต์ เพราะดอกยางรถยนต์นั้น เป็นปัจจัยสำคัญช่วยในการรีดน้ำ เพื่อไม่ให้รถเกิดอาการเหินน้ำ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบว่าดอกยางยังคงมีเหลือเพียงพอ (ไม่ต่ำกว่า 2 มิลลิเมตร)

• ใบปัดน้ำฝน หากลองเปิดใช้งานแล้วพบว่า ยังคงเหลือคราบน้ำเกาะอยู่บนหน้ากระจกจนเสียทัศนวิสัย ก็ควรรีบเปลี่ยนทันที และควรตรวจสอบด้วยว่าไม่มีการฉีกขาดของตัวยาง

• ระดับน้ำหม้อพักน้ำฉีดกระจก ควรเติมให้เต็มอย่างสม่ำเสมอ เผื่อไว้ในกรณีที่มีคราบดินโคลนถูกซัดขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย

• ระบบเบรก ต้องพร้อมทำงานเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ ให้ตรวจเช็กว่าผ้าเบรกเหลือพอไหม ระบบเบรกมีปัญหาหรือไม่?

 

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อขับรถขณะฝนตก

• ใช้สัญญาณไฟให้เหมาะสม การขับรถขณะฝนตกนั้น ควรเปิดไฟหน้าควบคู่ไปด้วย แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันก็ตาม เพื่อให้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นรถของคุณได้ง่ายขึ้น

• เว้นระยะคันหน้าให้มากกว่าเดิม ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ 10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน

• ลดความเร็วลง ระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล คือ 60 ก.ม./ช.ม.

• เลี่ยงการขับรถลุยแอ่งน้ำ หากพบเห็นแอ่งน้ำอยู่ข้างหน้า ควรชะลอความเร็วลง และขณะขับผ่านแอ่งน้ำห้ามเหยียบคันเร่งหรือเบรกเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุมได้

• ไม่เปิดไฟฉุกเฉิน เพราะจะทำให้คนอื่นเข้าใจว่ารถของคุณเสีย มากกว่าจะเข้าใจว่าคุณต้องการขับขี่รถอย่างปลอดภัย ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เปิดไฟหน้ารถก็เพียงพอแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นทริคที่จะช่วยให้ขับรถในขณะฝนตกได้อย่างปลอดภัย ลดอันตรายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ

ขอบคุณที่มาจาก : https://bit.ly/2UAnOOd, https://bit.ly/2YsFoEM

Related projects