เชื่อว่าในหนึ่งเดือนนั้นเราจะได้รับบิลมากมาย ทั้งบิลค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าบัตรเครดิต รวมไปถึงค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเคเบิ้ลทีวี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้ใครหลายคนปวดหัวได้อยู่เหมือนกัน เพราะนอกจากจะต้องหาเงินไปจัดการกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ให้เพียงพอแล้ว ยังต้องหาเวลาไปจ่ายเงินให้ทันกำหนดชำระของแต่ละบิลอีกด้วย

ซึ่งบิลแต่ใบก็กำหนดวันชำระเงินไม่ตรงกัน แล้วเราจะบริหารจัดการกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้อย่างไร ใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้สามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างง่าย ๆ มาฝากค่ะ จะมีวิธีอะไรและมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ

Adver-TOT-ICONS-30-01-2019-01

ทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้น จะทำให้เราเห็นรายรับและค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนอย่างชัดเจน ซึ่งพอเรารู้ที่มาที่ไปของเงินเราแล้ว เราก็จะสามารถวางแผนจัดการเงินของเราได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้ด้วยว่าในแต่ละเดือนนั้นเรามีเงินเหลือท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นหลาย ๆ คนมักจะชอบบอกว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นยุ่งยาก

ซึ่งจริง ๆ แล้วการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเรานั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่จดทุกอย่างที่เป็นรายรับและรายจ่ายของเราให้ครบทุกรายการก็พอ ยิ่งในยุคปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือที่จะช่วยให้เราสะดวกในการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเราขึ้นไปอีก ทั้งช่วยจดบันทึกทั้งช่วยคำนวณให้เราด้วย ดังนั้นทำเถอะค่ะเพื่อที่เราจะได้รู้และเตรียมวางแผนการใช้จ่ายได้ถูก

Adver-TOT-ICONS-30-01-2019-02

แยกค่าใช้จ่ายออกตามประเภท

หลังจากรู้ค่าใช้จ่ายของเราแล้ว ก็ถึงเวลาต้องมาจัดการกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้กันแล้ว เริ่มต้นด้วยการแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยให้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

-ค่าใช้จ่ายประจำ

คือ ค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้จ่ายประจำในทุกเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เราสามารถรู้จำนวนได้ล่วงหน้า เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างตายตัวนั่นเอง จึงทำให้เราแบ่งเงินไว้สำหรับจ่ายส่วนนี้ให้เพียงพอได้ไม่ยาก

-ค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงได้

คือ ค่าใช้จ่ายที่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกหลายอย่าง จึงค่อนข้างที่จะประมาณการณ์ได้ยาก ดังนั้นเราจึงควรที่จะมีการเก็บออมเงินเผื่อในส่วนนี้ไว้ให้ดี โดยอาจจะมีการสำรองเงินส่วนนี้เป็นจำนวน 6 – 10 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือนปกติของเราไว้ก็ได้ เพื่อที่เราจะได้เงินไม่ขาดมือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

-ค่าใช้จ่ายสำหรับการออมเงินและการลงทุน

คือ ค่าใช้จ่ายที่เราจะจ่ายเพื่อที่จะสร้างอนาคตให้กับตัวเราเอง โดยเราควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ซื้อรถ ซื้อบ้าน เกษียณอายุ เป็นต้น ส่วนการลงทุนของแค่ละคนนั้นก็ขอให้ลงทุนในความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้จะดีที่สุด หรือหากใครจะเก็บออมเงินก็อาจจะแบ่งเงินประมาณ 20% ของรายได้ในแต่ละเดือน มาเป็นเงินเก็บออมก็ได้ค่ะ

Adver-TOT-ICONS-30-01-2019-03

ชำระบิลต่าง ๆ ผ่านการหักบัญชีอัตโนมัติเลย

เป็นการหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันที่เราต้องการ โดยระบุเลขที่บัญชีที่ตกลงกับธนาคารไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงกำหนดชำระของแต่ละรายการก็จะหักเงินในบัญชีทันที ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้เราไม่ต้องคอยกังวลวันที่ต้องชำระแล้ว ยังทำเราสามารถจัดการกับบิลเหล่านี้ได้แบบแม่นยำ และยังแบ่งบิลเหล่านี้ได้ถูกหมวดหมู่ตามที่เราได้แนะนำไปเบื้องต้นอีกด้วยนะคะ

และข่าวดีสุด ๆ  สำหรับลูกค้า ทีโอที รับส่วนลดทันที 100 บาท ! เมื่อสมัครชำระค่าบริการรายเดือนอัตโนมัติ โดยหักผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต ได้ทั้งส่วนลดและยังไม่ต้องรอต่อคิวจ่ายบิลให้เสียเวลาอีกต่อไป สามารถสมัครหักบัญชีธนาคารได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2562 ที่ธนาคารธนชาต ทุกสาขา หรือศูนย์บริการลูกค้าทีโอทีทุกแห่งทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/2RZw4XH

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะชอบวิธีจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนแบบไหน หรือคิดว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหนมากที่สุดก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ เพราะนอกจากจะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาอันมีค่า ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าธรรมเนียมในการชำระบิลได้อีกด้วยค่ะ

Related projects