หลายๆคนที่มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท หรือมักจะเรียกกันติดปากว่า “มนุษย์เงินเดือน” มักจะต้องพอคุ้นเคยกับเรื่องภาษีกันมาบ้าง

เพราะหากถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดก็ต้องเสียภาษีซึ่งจะแตกต่างกันไปตามฐานรายได้ของแต่ละคน สำหรับบางคนนั้นก็อาจจะละเลยมองข้ามสิทธิประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนในกองทุนรวมซึ่งแท้จริงแล้วสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้และหากลงทุนให้ถูกกองแล้ว ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเราได้อีกเช่นเดียวกัน

ลองมาดูข้อแนะนำกันว่าการซื้อกองทุนรวมควรดูอะไรบ้าง

1. คำนวณก่อนว่าเราต้องซื้อ LTF/RMF ซักเท่าไร

โดยมีข้อกำหนดไว้ว่า LTF สามารถซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท ส่วน RMF มีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมมาอีกคือต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 3% หรือไม่น้อยกว่า 5,000 ต่อปี ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในปีนั้นๆได้

สำหรับเงื่อนไขการถือครองนั้น  LTF ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน  ส่วน RMF จะเป็นการลงทุนแบบต่อเนื่องระยะยาว โดยสามารถไถ่ถอนเงินคืนได้ตอนอายุ 55 ปี และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีเช่นเดียวกัน

2. ต้องรู้จักเปรียบเทียบนโยบายของแต่ละกองทุน

ก่อนที่เราจะซื้อกองทุนนั้น เราต้องทราบถึงนโยบายและหลักในการลงทุนของกองทุนนั้นก่อนว่านำไปลงในสินทรัพย์ไหนบ้างเพื่อประเมินความเสี่ยง เช่น  LTF จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้น, ลงทุนในหุ้นเติบโตสูง, ลงทุนในหุ้นปันผล, หรือลงทุนในหุ้นไม่เกิน 70% เป็นต้น แต่ RMF จะมีความหลากหลายมากกว่าเพราะจะมีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ต่ำไปจนสูง ทั้งลงทุนในทองคำ, ตราสารหนี้, พันฐบัตร, หุ้น เป็นต้น ซึ่งแต่ละบลจ.ก็จะมีผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันไปเราต้องเปรียบเทียบดูผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อดูแนวโน้มความสม่ำเสมอในการสร้างผลแทนให้กับผู้ลงทุนว่าเป็นอย่างไรบ้าง  น่าลงทุนมากน้อยแค่ไหน

3. การสับเปลี่ยนกองทุนและนำเงินกลับมาลงทุนซ้ำ

ในระหว่างที่ลงทุนนั้นเราสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ โดยขึ้นอยู่กับแนวโน้มของตลาดหุ้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง หากช่วงที่แนวโน้มยังดี ก็เลือกลงในกองที่ลงทุนในหุ้น 100% แต่หากเป็นช่วงขาลงก็ให้เลือกที่ลงทุนลดหลั่นลงมา และหากผ่านไปซักระยะ หลังจากครบกำหนดการถือครอง LTF แล้วเราก็สามารถนำเงินก้อนนั้นกลับมาลงทุนใหม่ได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดการนำเงินมาลงทุนเพิ่มเติมได้

เห็นไหมครับว่าการซื้อ LTF/RMF นอกจากจะช่วยลดภาษีได้แล้ว ยังอาจจะได้รับผลกำไรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วใกล้จะช่วงปลายปีก็อย่าลืมวางแผนการใช้จ่ายในกองทุนกันไว้ด้วยนะครับ

 

Back to Rethink

About the author