สำหรับคนที่ตกอยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือหมุนเงินไม่ทัน หลายคนอาจจะนึกถึงการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นทุน โดยเลือกหันหน้าพึ่งแหล่งเงินกู้ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี คือ “โรงรับจำนำ”

ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ใกล้ตัวยามฉุกเฉิน อีกทั้งในช่วงใกล้เปิดเทอม โรงรับจำนำมักจะมีโปรโมชั่นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครองอีกด้วย

  เพื่อให้รู้จักและเข้าใจบริการของโรงรับจำนำมากขึ้น รวมถึงเรียนรู้ไว้ล่วงหน้าเผื่อว่าอาจมีความจำเป็นต้องใช้บริการในอนาคต อย่างไรก็ตามโรงรับจำนำมีทั้งที่เป็นของรัฐบาล โรงรับจำนำของกรุงเทพมหานคร รวมถึงโรงรับจำนำเอกชน ทำให้ระเบียบกฎกติกา หรือบริการมีความแตกต่างกันไป

  ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะโรงรับจำนำของรัฐบาล หรือ สถานธนานุเคราะห์ (สธค.) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักงานธนานุเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากมีกฎระเบียบชัดเจนและเป็นบริการที่สนองนโยบายรัฐโดยมุ่งเน้นรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าและประชาชน

  อีกทั้งมีเป้าหมายประกอบกิจการรับจำนำโดยเฉพาะ รวมถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน โอน รับโอน ให้เช่า เช่าซื้อ ยืมหรือให้ยืมซึ่งทรัพย์สินต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ดำเนินการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

  • บริการของโรงรับจำนำ

  สำหรับประเภทสิ่งของและวงเงินจำนำที่ สธค. ให้บริการ คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ได้กำหนดไว้ดังนี้

  1.บริการรับจำนำสิ่งของประเภท ทองคำ นาก เงิน เพชร ที่เป็นรูปพรรณ โดยวงเงินตั๋วฉบับละไม่เกิน 60,000 บาท

  2.รับจำนำสิ่งของประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เครื่องมือช่าง ฯลฯ วงเงินตั๋วฉบับละไม่เกิน 20,000 บาท

  ส่วนระยะเวลาในการจำนำได้กำหนดไว้ว่า ตั๋วรับจำนำแต่ละฉบับจะมีระยะเวลา 4 เดือน กับอีก 30 วัน หรือประมาณ 5 เดือนนั่นเอง

  นอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถส่งดอกเบี้ย และขอผ่อนผันก่อนครบกำหนด หรือเพิ่มเงินต้นได้ หากทรัพย์นั้นมีมูลค่าสูงกว่าที่ประเมินราคารับจำนำไว้ โดยจะต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนด  และเมื่อรวมกันทุกรายการแล้วไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท ต่อหนึ่งรายต่อหนึ่งวัน

  • การคิดดอกเบี้ย

ในส่วนของรายละเอียดการคิด “อัตราดอกเบี้ยรับจำนำ” ตามปกติจะมีการกำหนดเป็นขั้นบันได โดยแบ่งตามมูลค่าของวงเงินรับจำนำ ดังนี้

  • เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน
  • เงินต้นตั้งแต่ 5,001 – 10,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน
  • เงินต้นตั้งแต่ 10,001 – 20,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1.00% ต่อเดือน
  • เงินต้นตั้งแต่ 20,001 – 100,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน

  โดยอัตราดอกเบี้ยรับจำนำข้างต้นนี้ถือว่าเป็นคิดในอัตราที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับแหล่งเงินกู้รูปแบบอื่นๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีทรัพย์ค้ำประกันและเป็นหน่วยงานของภาครัฐ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยรับจำนำเป็นไปตามประกาศของสำนักงานธนานุเคราะห์ ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559

เมื่อทราบถึงบริการของโรงรับจำนำของรัฐแล้ว ในอนาคตหากมีความจำเป็นต้องหาแหล่งเงินกู้ฉุกเฉิน โรงรับจำนำก็เป็นหนึ่งตัวเลือกในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกใช้บริการแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมที่สุดได้ เพราะบริการของโรงรับจำนำโดยทั่วไปจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการหมุนเงินเวียนหรือเป็นแหล่งเงินกู้เพียงชั่วคราวในระยะสั้น หากเราต้องการกู้เงินที่มีระยะเวลาการผ่อนชำระยาวนานขึ้นก็อาจจะต้องกู้ยืมจากแหล่งอื่นแทน

  ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือหาสถานที่ตั้งของโรงรับจำนำของรัฐบาล สามารถเข้าไปดูเว็บไซต์ของ สธค. ได้ที่ http://www.pawn.co.th/

 

Back to Rethink

About the author