ในยุคนี้การหลีกเลี่ยงที่จะไม่ก่อหนี้คงเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่เราต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองซักหลัง ถ้าจะรอเก็บเงินก้อนใหญ่คงไม่ทันการแน่

การก่อหนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้มนุษย์เราสามารถซื้อสิ่งที่จำเป็นหรืออำนวยความสะดวกให้เราได้ครอบครองสิ่งของเหล่านั้นได้เร็วขึ้น

 

อย่างไรก็ตามการสร้างมีหนี้ก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมและไม่เกินความพอดีของเรา ดังนั้นก่อนจะเป็นลูกหนี้เต็มตัวเรามาพิจารณากันก่อนว่า “หนี้ดี” มีหน้าตาเป็นอย่างไร

  • หนี้เพิ่มมูลค่า

  การก่อหนี้ที่มีประโยชน์ควรจะเป็นหนี้ที่เพิ่มมูลค่า หรือสร้างรายได้ ยกตัวอย่างเช่น หนี้เพื่อทำธุรกิจ หนี้เพื่อการศึกษา หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย หนี้สินเหล่านี้ถูกจัดให้เป็นหนี้เพื่อการลงทุนและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต

โดยในส่วนของหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยถือเป็นหนี้ดีเพราะปกติราคาที่ดินและราคาบ้านจะปรับเพิ่มขึ้นปีละ 5-10% ซึ่งการที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นก็ทำให้เรามีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในยามที่เราต้องการขายบ้านก็อาจจะทำให้ได้กำไรจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไป อย่างน้อยที่สุดก็ถือว่า หนี้ที่เราผ่อนชำระต่อเนื่องทุกเดือนก็ไม่ได้จ่ายไปฟรีๆ เมื่อเทียบกับการเช่าบ้าน และเราต้องจ่ายเงินทุกเดือนโดยไม่ได้กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

ส่วนหนี้ที่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ได้สร้างรายได้ หรือไม่ได้มีประโยชน์ เช่น หนี้บัตรเครดิต ส่วนใหญ่เราจะใช้ไปกับการจับจ่ายของกินหรือของใช้หรือไม่ก็สินค้าฟุ่มเฟือย อาจจะเป็นของที่เราอยากได้ขณะนั้นแต่กำลังวื้อยังไม่เพียงพอ จึงต้องเลือกเป็นหนี้บัตรเครดิต

ส่วนหนี้จากการซื้อรถ สามารถเป็นได้ทั้งหนี้ดีและเป็นหนี้ที่ทำให้จนได้ด้วย เพราะราคาของรถยนต์จะลดลงเรื่อยๆ ตามความเสื่อมสภาพและอายุการใช้งาน ยิ่งใช้หนักใช้นานมุลค่าก็ลดลง นอกเสียจากว่า เราจะนำรถคันนั้นมาใช้ในการประกอบอาชีพ หรือถ้ามีรถคันใหม่แล้วช่วยให้ลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แบบนี้ถึงจะเป็น “หนี้ดี”

  • ผ่อนไหวสบายใจได้

  เมื่อเราได้ก่อหนี้ไปแล้วแม้ว่าหนี้ก้อนนั้นจะเป็นหนี้ดี มีประโยชนื และช่วยเพิ่มโอกาสในการรวยให้เรา แต่ถ้าก่อหนี้เกินกำลังความสามารถในการผ่อนชำระก้อาจจะมีสิทธิทำให้แย่ได้เหมือนกัน เพราะเราคงไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง

ดังนั้นถ้าคิดจะเป็นหนี้ต้องคำนึงถึงเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละงวด ซึ่งหนี้แต่ละประเภทจะมีระดับการก่อหนี้ที่เหมาะสม ดังนี้

  1.หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงการผ่อนสินค้า จะต้องคอยควบคุมไว้ให้ไม่เกินประมาณ 20% ของรายได้ต่อเดือน เพราะเรารู้อยุ่แล้วว่าหนี้ประเภทนี้บางครั้งก็เกิดจากความอยากมากกว่าความจำเป็นจึงต้องควบคุมเป็นพิเศษ

2.หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย หรือซื้อบ้าน ระดับหนี้ที่เหมาะสมและสามารถผ่อนชำระได้ไหวจะอยู่ที่ประมาณ 30% ของรายได้ต่อเดือน และถ้าหากเราเป็นคนที่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายมากหรือมีหนี้ประเภทอื่นๆ ค่อนข้างน้อย สามารถขยับระดับหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยนี้ไปได้ถึง 50% ของรายได้ต่อเดือน

3.หนี้เพื่อการซื้อรถ โดยทั่วไปแล้วหากมีความจำเป็นต้องซื้อรถยนต์ควรจะมีค่างวดในการผ่อนชำระไม่เกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน

ทั้งนี้เมื่อรวมยอดหนี้ทั้งหมดที่เราต้องแบกรับภาระการผ่อนในแต่ละเดือนก็ไม่ควรจะเกิน 50% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพื่อให้เราสามารถผ่อนชำระได้อย่างไม่อึกอัดขัดสนและสร้างประโยชน์จากการก่อหนี้ได้เต็มที่

ระดับหนี้ที่เหมาะสม

หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล

หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย

หนี้เพื่อซื้อรถยนต์

ไม่เกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน

ไม่เกิน 30-50% ของรายได้ต่อเดือน

ไม่เกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน

รวมยอดการผ่อนชำระหนี้ทุกประเภท

ไม่เกิน 50% ของรายได้ต่อเดือน
  • คุ้มค่าการเป็นหนี้

  สำหรับ “หนี้ดี” นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าหรือสร้างรายได้ให้กับเราแล้ว ควรจะเป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ หรืออยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากถ้าเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยแพง เรียกง่ายๆ ว่าเป็น “ดอกเบี้ยโหด” หรือมีเงื่อนไขที่ทำให้เราเสียเปรียบ คงเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถเพิ่มมูลค่าจากหนี้ก้อนนี้ให้ทันกับดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายแต่ละเดือน ดังนั้นควรจะสำรวจอัตราดอกเบี้ยก่อนการขอสินเชื่อเพื่อหาสถาบันการเงินที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด

อย่างไรก็ตามนอกจากอัตราดอกเบี้ยเรายังต้องสำรวจเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น ค่าธรรมเนียม เพราะแม้จะดูว่าเป็นค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่ก็มีผลกับเงินในกระเป๋าเราเช่นกัน

เมื่อรู้ว่า “หนี้ดี” เป็นอย่างไร และควรจะพิจารณาแบบไหนแล้วการก่อหนี้ที่ให้เกิดประโยชน์และการสร้างความมั่งคั่งจากหนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

Back to Rethink

About the author