ในชีวิตการลงทุนยามที่เราได้รับผลตอบแทนดี ลงทุนแล้วมีกำไรก็เป็นธรรมดาที่ชีวิตจะมีความสุข แต่บ่อยครั้งที่การลงทุนก็ไม่เป็นไปตามคาดหวัง อาจจะขาดทุนบ้างในบางเวลา

ซึ่งก็คงทำให้นักลงทุนอย่างเราก็ทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย แต่หากเรารู้จักปรับมุมมองให้เข้าใจโลกแห่งการลงทุนเชื่อว่าชีวิตเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นแน่นอน

 

  • ลงทุนในสิ่งที่ชอบและสนใจ

วิธีการนี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนชื่อดังหลายคนประสบความสำเร็จมาแล้ว เพราะเป็นธรรมดาที่คนเรามักจะเปิดใจรับหรือให้ความสนใจในสิ่งที่เราชื่นชอบ หรือเราให้ความสนใจเป็นพิเศษ บางครั้งแม้จะเป็นสิ่งที่ยาก แต่ก็พยายามทำความเข้าใจสิ่งนั้นๆ ให้แตกฉานและถ่องแท้

ยกตัวอย่างนักลงทุนชื่อดังหลายคนในอเมริกาที่ชอบการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นคนพัฒนาเอง แต่ด้วยความหลงใหลในนวัตกรรมหรือมักจะตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ เสมอ จึงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการเข้าไปศึกษาวิเคราะห์หุ้นเหล่านี้เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุน ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสวงหาผลตอบแทน แต่ยังสร้างความตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นบริษัทหรือหุ้นที่ลงทุนสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

แต่การลงทุนก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะในหุ้นเท่านั้น การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ หากมีความชอบส่วนตัวอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เหมือนกับ โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” ซึ่งชื่นชอบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และตัวเขาเองก็ประสบความสำเร็จในการลงทุนเป็นอย่างดี หรืออย่าง วอร์เรน บัฟเฟต์ นักลงทุนชื่อดังที่เป็นต้นแบบ Value Investor ของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งชื่นชอบการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียวก็ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในสิ่งที่ชอบเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อเราชอบและเข้าใจในสิ่งที่ลงทุนแล้ว ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใด เราก็จะมองทุกอย่างตามความเป็นจริง โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นซึ่งแม้วันนี้หุ้นจะตกแต่เราย่อมรู้ดีว่าวันหนึ่งหุ้นก็ต้องขึ้นอยู่ดี และถ้าเราลงทุนระยะยาวสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเลย

 

  • ให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าอดีต

นักลงทุนที่ลงทุนมายาวนานหลายปี หลายคนอาจจะยึดติดกับผลตอบแทนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต บางคนชอบพูดว่าปีนี้ผลตอบแทนหุ้นไม่ดี ไม่เหมือนกับ 2-3 ปีที่ผ่านมาเลย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของการลงทุน เนื่องจากในแต่ละปีปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบตลาดหุ้นก็มีแตกต่างกันไป

อย่างในปี 2558 ที่ผ่านมา ช่วงต้นปีทุกคนมองภาพการลงทุนหุ้นไทยไว้ว่าน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีมาก แต่ด้วยเศรษฐกิจโลกที่กดดันและเศรษฐกิจไทยก็เติบโตไม่เป็นไปตามคาดการณ์จึงทำให้การลงทุนค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่เราต้องเข้าใจว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในอดีตไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกอนาคต แม้ว่าเราจะลงทุนหุ้นตัวเดิมเหมือนเดิมทุกประการ

ประเด็นนี้เหล่านักลงทุนมืออาชีพอย่างผู้จัดการกองทุนเข้าใจหลักการดี เพราะต่อให้ผลงานในอดีตจะแสดงถึงฝีมือในการบริหารของผู้จัดการกองทุน แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีอนาคต ดังนั้นการลงทุนจึงควรโฟกัสกับปัจจุบันเป็นหลัก และพิจารณาผลตอบแทนในอดีตเป็นส่วนประกอบควบคู่กันไป

 

  • รู้จักรับมือความผิดหวัง

การจะมีความสุขในการลงทุนนั้นเราเองก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่า อาจจะต้องเจอทั้งความสมหวังและความผิดหวัง และคงไม่มีใครที่ลงทุนแล้วมีกำไรอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เป็นนักลงทุนมือใหม่แล้วจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในทันที หลายคนกว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านความผิดหวังและล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น

ดังนั้นจงอย่ากลัวที่จะล้มเหลวจากการลงทุน และเมื่อเคยเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรู้จักจำไว้เป็นบทเรียน และค้นหาสาเหตุให้เจอว่าเพราะอะไรจึงทำให้เราผิดพลาด อีกทั้งต้องไม่เดินซ้ำทางเดิมและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

เชื่อว่าหากเราลงทุนด้วยความรู้และความเข้าใจ และรู้จักการบริหารพอร์ตที่ดีด้วยการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก็จะช่วยลดโอกาสการผิดพลาดลงได้

 

                  จากแนวคิดที่กล่าวมานี้ถ้านักลงทุนตระหนักอยู่เสมอและนำไปปฏิบัติใช้ตามแนวทางของตัวเองก็จะช่วยให้ชีวิตการลงทุนของเรามีความสุขเพิ่มมากขึ้น

 

Back to Rethink

About the author