ในสมัยที่ค่าใช้จ่ายแพงและดอกเบี้ยเงินฝากไม่แน่นอน ก็ไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่ต้องแสวงหาแนวทางและช่องทางการลงทุนแบบใหม่ๆ ที่ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า และเพิ่มมูลค่าให้เงินเก็บของเรา การลงทุนในหุ้นหรือกองทุน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผลตอบแทนดี แต่ความเสี่ยงสูง แต่หากลงทุนอย่างมีข้อมูลและระมัดระวัง ก็อาจทำกำไรก้อนงามก็เป็นได้

2017-TNC-Adver-08-12-icon-01 

        การลงทุน LTF & RMF 2 ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะ นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเงินที่เรามีแล้วยังเป็นผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี สำหรับใครหลายคนอีกด้วย ส่วนบางคน อาจเริ่มคิด หรือ อยากทำความรู้จักแบบใกล้ชิด เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนนั้นคุ้มค่าที่สุด ซึ่งถ้าอยากลงทุนก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/XUEV92

สำหรับกองทุน LTF (Long-Term Equity Funds – กองทุนรวมหุ้นระยะยาว) นั้นจัดตั้งขึ้นมา เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดทุน โดยเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนเข้าลงทุนในตลาดหุ้น โดยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจ ขณะที่ กองทุน RMF (Retirement Mutual Funds – กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) จัดตั้งขึ้นมาเพื่อ เป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการออมหลังเกษียณสำหรับคนไทย โดยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือในการจูงใจ

 2017-TNC-Adver-08-12-icon-02

 

        สรุปภาพรวม คือ LTF และ RMF คือกองทุนรวมที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีแถมมากับการลงทุนด้วย ดังนั้น กองทุนรวมเหล่านี้จึงเป็นที่นิยมสำหรับมนุษย์เงินเดือนมาก เพราะนอกจากจะได้ลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งแล้ว ยังได้ผลประโยชน์ทางภาษี เป็นลาภต่อที่สองอีกด้วย

 2017-TNC-Adver-08-12-icon-03

 

เห็นไหมครับว่า เหตุผลที่แท้จริง ของกองทุนทั้ง 2 ประเภท ไม่ใช่เพื่อเป็นสิทธิในการลดหย่อนภาษี อย่างเดียวแต่ใช้ประโยชน์ทางภาษีเป็นสิ่งเชิญชวนให้คนไทย รู้จักการออมและการลงทุนด้วยเครื่องมือที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น แต่ปัญหาคือ เรามักเอาเรื่องประโยชน์ทางภาษีมาชูธงเป็นธงหลัก โดยดูที่เงื่อนไขการลงทุนว่า LTF ระยะสั้นกว่า สามารถขายเมื่อครบกำหนดเงื่อนไขได้เร็วกว่า แล้วก็นำเงินลงทุนที่มีไปซื้อ LTF ทั้งก้อน ทั้งๆ ที่ความเสี่ยงอาจจะสูงกว่า RMF ก็เป็นไปได้ แล้วอาจไม่ตอบโจทย์ชีวิตในระยะยาวของเราก็เป็นไปได้ ดังนั้นทุกการลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนเพื่อไม่ให้เสี่ยงมากนะคะ

ให้ทุกเรื่องของการลงทุน เป็นเรื่องง่ายๆ สบายใจทุกการลงทุน ให้คุณทำได้ทุกที่ทุกเวลาเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือธนาคารธนชาตทุกสาขา โทร 1770 หรือผู้สนับสนุนการขายที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง

 

เงื่อนไขการลงทุน LTF

  • ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้* แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี *ประเภทของเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (1)-(8) สามารถคำนวณเพื่อซื้อ LTF ได้
  • ซื้อปีไหน ลดหย่อนปีนั้น
  • ถอนได้เมื่อครบ 7 ปีปฏิทิน (สำหรับ LTF ที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 – 31 ธ.ค. 2562)

เงื่อนไขการลงทุน RMF

  • ซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท หรือ 3% ของเงินได้ (เลือกยอดที่ต่ำกว่าได้ แต่ได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี) *ประเภทของเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (1)-(8) สามารถคำนวณเพื่อซื้อ RMF ได้
  • ซื้อปีไหน ลดหย่อนปีนั้น (เว้นการลงทุนได้ 1 ปี)
  • ต้องถือติดต่อกัน 5 ปี บริบูรณ์ และถอนได้เมื่ออายุ 55 ปี บริบูรณ์

 

คำเตือน

  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับพร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร